หลักการและเหตุผล
โรคอ้วนในเด็กกำลังเป็นปัญหาสำคัญที่เพิ่มขึ้นในประเทศที่พัฒนาและกำลังพัฒนา ในประเทศสหรัฐอเมริกาพบความชุกของโรคอ้วนในเด็กวัย 6-11 ปี เพิ่มจาก 7% ในปี 1980 เป็น 15.3% ในปี 2000 องค์การอนามัยโลกประมาณการว่าทั่วโลกมีประชากรอย่างน้อย 300 ล้านคนที่กำลังเผชิญปัญหาโรคอ้วน สำหรับประเทศไทยแนวโน้มสูงขึ้นมากจนน่าเป็นห่วง จากการสำรวจนำร่องในเด็กประถม โรงเรียนในกรุงเทพมหานคร สังกัดสำนักงานประถมศึกษาแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ พบปัญหาโรคอ้วนในโรงเรียนถึงร้อยละ 15-25 ตามลำดับ ทั้งนี้เนื่องจากแนวโน้มของการบริโภคอาหารในเขตชุมชนเมืองได้รับอิทธิพลจากสื่อโฆษณาต่างๆ และร้านอาหารต่างๆ การขาดวินัยในการรับประทานอาหารให้เป็นเวลา ไม่รู้จักเลือกซื้ออาหารที่มีประโยชน์ ขาดวินัยในการใช้เวลา ไม่รู้คุณค่าของเงิน และขาดการออกกำลังกาย เด็กเหล่านี้รวมทั้งผู้ใหญ่ในครอบครัวจึงมีปัญหาโรคอ้วนเพิ่มขึ้น ตามลำดับ ภาวะเสี่ยงด้านสุขภาพในเด็กอ้วนเพิ่มสูงขึ้น ได้แก่ โรคเบาหวาน หอบ และความดันโลหิตสูง ทั้งที่ควรจะเป็นโรคในวัยผู้ใหญ่
ขณะเดียวกันปัญหาทุพโภชนาการที่เกิดจากการขาดสารอาหาร การรับประทานไม่เพียงพอกับความต้องการ ทำให้เด็กมีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ จะส่งผลต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการการเรียนรู้ของเด็กไม่ได้เต็มศักยภาพ แนวทางการแก้ไขปัญหาโภชนาการทั้งที่ขาดและเกิน เพื่อทำให้เด็กทุกคนดูดี มีพลานามัย จึงต้องบูรณาการทั้งที่ตัวเด็ก ครอบครัว โรงเรียนและสิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆกัน อาศัยหลักชุมชนมีส่วนร่วม การสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน จึงจะทำให้เกิดความยั่งยืนในการแก้ไขปัญหา วัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนารูปแบบการส่งเสริมสุขภาพแบบบูรณาการในการให้เด็กไทยดูดี มีพลานามัย โดยให้เด็กมีวินัย มีการเรียนรู้ด้านอาหารและโภชนาการ รู้จักกิน ฉลาดซื้อ รู้คุณค่าของเงิน และรักการออกกำลังกาย
การดำเนินการ กลุ่มเป้าหมาย นักเรียนชั้นประถม 1 ถึง ประถม 6 ในโรงเรียนสังกัดสำนักงาน คณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ใน กทม จำนวน 4 โรงเรียน เป็นโรงเรียนนำร่อง ได้แก่ โรงเรียนอนุบาลสามเสน โรงเรียนอนุบาลวัดปรินายก โรงเรียนอนุบาลพิบูลเวศม์ และ โรงเรียนอนุบาลวัดนางนอง ระยะเวลาดำเนินการ 3 ป๊ ( 2547-2550) วิธีดำเนินการ แบ่งเป็น 3 ระยะ ระยะที่ 1 ศึกษาปัจจัยและภาวะเสี่ยงด้านสุขภาพในเด็กนักเรียนกลุ่มเป้าหมาย (2547) ระยะที่ 2 พัฒนารูปแบบการสร้างเสริมสุขภาพแบบบูรณาการให้เด็กไทยดูดี มีพลานามัย นำแนวทางการมีส่วนร่วมในชุมชนมาใช้ เพื่อให้ ครู ผู้ปกครองและ นักเรียนมามีส่วนร่วมคิด ร่วมทำ ในการแก้ปัญหา
- การสร้างความตระหนัก ให้กับชุมชน
- การอบรมครูให้มีองค์ความรู้ทางโภชนาการ และการดูแลสุขภาพ เพื่อบูรณาการเข้ากับการเรียนการสอน
- การจัดวิ่งแวดล้อมทื่เอื้อต่อการสร้างเสริมสุขภาพที่โรงเรียน
(2547-2548) ระยะที่ 3 พัฒนาเทคโนโลยี ในการสร้างวินัยในเด็กให้เกิดได้ด้วยตนเอง และดูแลช่วยเหลือเพื่อนโดยมีครู และผู้ปกครองเป็นแรงสนับสนุน ทางสังคม (2548-2549 ) ระยะที่ 4 การขยายผล สร้างเครือข่ายไปยังโรงเรียนใน กทม และภูมิภาค (2549-2550) ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
-
การพัฒนาศักยภาพของนักเรียน ครู ผู้ปกครอง ด้านการส่งเสริมสุขภาพ เพื่อแก้ไขปัญหาโรคอ้วน ที่นำมาซึ่งการดูแลตนเอง ครอบครัว และชุมชนอย่างเหมาะสมและยั่งยืน
-
การบรรจุองค์ความรู้แบบบูรณาการในการส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียน โดยชุมชนมีส่วนร่วม เพื่อให้เด็กไทยดูดี มีพลานามัย เข้าในหลักสูตรของโรงเรียนทั่วประเทศ
-
เด็กไทยมีวินัยในการรับประทาน การใช้เวลา และการใช้เงินอย่างคุ้มค่า
-
ระยะยาวลดปัญหาโรคที่เกี่ยวข้องกับภาวะโภชนาการเกิน : โรคอ้วน, เบาหวาน, หัวใจ, ความดันโลหิตสูง ฯลฯ
-
เพิ่มศักยภาพในการเรียนรู้ของเด็ก : พัฒนาการ (IQ) สูงขึ้น
|